ทำไมต้องใช้เซรั่ม???

                เซรั่ม ที่ทุกคนรู้จักกันว่าเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีความแตกต่างกันที่ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ (Active Ingredients)  โดยคุณสมบัติทั่วๆไปของเซรั่มนั้น จะมีเนื้อที่บางเบากว่าครีมและโลชั่น เพราะส่วนใหญ่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก (water-based) ซึ่งไม่เหนียวเหนอะหนะ
และด้วยความที่ตัวเซรั่มจะมีลักษณะของโมเลกุลขนาดเล็ก อุดมและอัดแน่นไปด้วยสารบำรุงผิวที่เข้มข้นกว่าครีม และมีความบางเบามากกว่าครีม จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ล้ำลึกและรวดเร็ว ซึมได้ถึงระดับโครงสร้างผิวเลยทีเดียว รวมทั้งยังมี Active Ingredients สูงกว่าครีม   ผิวจะได้รับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับการใช้ครีม และราคาย่อมสูงกว่าเป็นเรื่องธรรมดา!!!

                แล้วตัวสารออกฤทธิ์ (Active Ingredients) ที่ว่ามันคืออะไรล่ะ.....
มันก็คือสารที่อยู่ในเภสัชภัณฑ์ มีฤทธิ์ในการบำบัดรักษาโดยตรง โดยเภสัชภัณฑ์แต่ละชนิดอาจมีตัวยาสำคัญเพียงชนิดเดียวหรือมีหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ร่วมกันก็ได้ และนอกจากนี้ ในตำรับยาอาจมีตัวยาเสริม (adjuvant) ที่ออกฤทธิ์ร่วมกันกับตัวยาหลักเพื่อช่วยเสริมฤทธิ์ในการรักษาตามสูตรลับของแต่ละผลิตภัณฑ์ ยิ่งสูตรมีส่วนผสมตัวยาสำคัญเยอะก็ยิ่งมีราคาสูงคามคุณภาพของผลิตภัณฑ์นั้นๆ  อาทิเช่น เซรั่มที่มีสารสกัดจากรังนกนางแอ่นไทยคุณภาพดีผสานกับ ทองคำบริสุทธิ์และสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ เป็นต้น

 

                สรุปว่าคุณสมบัติของเซรั่มกับครีมที่ต่างกัน !!!

• เซรั่มสามารถบำรุงเข้มข้นกว่าครีม จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่เร็วกว่าครีม
• เซรั่มมีเนื้อบางเบาซึมได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับครีมที่จะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ
• เซรั่มซึมลึกเข้าสู่ผิวชั้นในเพื่อแก้ไขปัญญาผิวจากด้านใน ในขณะที่ครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวแต่ได้แค่ผิวชั้นนอก
• เซรั่มไม่สามารถให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้เท่ากับครีม


ข้อมูลอ้างอิง
https://www.sanook.com
https://th.wikipedia.org